ที่อยู่และเบอร์ติดต่อ

ถนนเชื่อมธานี ในเมือง เมืองอุบลราชธานี อุบลราชธานี
: 0-4525-1015, 0-4525-5071
-

วันและเวลาทำการ

พุธ - อาทิตย์
08:00 - 20:00

ผู้ชมกลุ่มเป้าหมาย

1. นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา-มัธยมศึกษา
2. นักศึกษาระดับอุดมศึกษา
3. บุคคลทั่วไป
4. นักท่องเที่ยวในประเทศ
5. นักท่องเที่ยวต่างประเทศ

ค่าเข้าชม

คนไทย 10 บาท , ชาวต่างชาติ 30 บาท ยกเว้นนักเรียน นักศึกษา ในเครื่องแบบ นักบวชในทุกศาสนา ไม่เก็บค่าเข้าชม

ประวัติความเป็นมา

แต่เดิมเคยเป็นศาลากลางของอุบลราชธานีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 (พ.ศ.2461) สร้างบนที่ดินของทายาทราชบุตร (สุ่ย บุตรโลบล) คือหม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา (ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์) ซึ่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ข้าหลวงต่างพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ สำเร็จราชการมณฑลลาวกาว (มณฑลอีสาน)ประทับ ณ เมืองอุบลราชธานีซึ่งทรงขอมาเพื่อใช้เป็นที่สาธารณะสำหรับทางราชการ
ลักษณะพิเศษอีกอย่างหนึ่งของอาคารนี้ คือ ผังอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยแต่ละด้านสร้างเป็นอาคารโอบล้อมหันหน้าเข้าหากัน มีห้องโถงใหญ่อยู่โดยรอบและมีระเบียงทางเดินเชื่อมถึงกัน เหนือกรอบประตูและหัวเสา
รับชายคาที่ระเบียงประดับด้วยไม้ฉลุเป็นลายพันธุ์พฤกษา พื้นที่ด้านข้าง 2 ด้านเป็นลานโล่งสำหรับปลูกสวนหย่อม และให้อากาศและแสงสว่างส่องเข้าหาภายในอาคาร
ปัจจุบันเป็นสถานที่จัดแสดงโบราณวัตถุต่างๆ โดยห้องจัดแสดงของที่นี่ คือ ห้องสำนักงานเดิมของศาลากลาง ซึ่งไล่เรียงลำดับไปตั้งแต่เรื่องธรณีวิทยา สมัยก่อนประวัติศาสตร์ มาจนถึงสมัยทวารวดี ขอม,ไทย,ลาว และเรื่องวัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้งงานหัตถกรรม ดนตรี และงานประเพณีศิลป์ในศาสนา
โบราณวัตถุที่น่าสนใจ อาทิ พระพุทธรูปสำริดมีจารึกที่ฐาน ระบุว่า ‘สมเด็จพระราชเชฏฐา’ หรือ เจ้ามหาชีวิตอนุวงศ์แห่งราชอาณาจักรเวียงจันทร์ ให้หล่อขึ้นใน จ.ศ.1188 (พ.ศ.2369)

รู้หรือไม่
อุบลราชธานี เป็นเมืองใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำมูลที่มีประวัติความเป็นมากว่า 200 ปี เล่ากันว่า ท้าวคำผงท้าวทิศพรหม และท้าวคำบัตร พระวอ พระตา หนีภัยสงครามจากพระเจ้าบุญสาร เจ้าแห่งนครเวียงจันทร์ เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของพระเจ้าตากสินมหาราช
ต่อมาได้สร้างเมืองขึ้นที่บริเวณอู่ผึ้งใกล้กับแม่น้ำมูลกระทั่ง พ.ศ.2323 พระเจ้าตากสินมหาราชได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาราชสุภาวดี เชิญตราพระราชสีห์มาพระราชทานนามเมืองว่า ‘อุบลราชธานี’ ทรงให้ท้าวคำผงเป็นเจ้าเมืองคนแรกซึ่งต่อมาได้พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น ‘พระปทุมวงศา’ เมืองอุบลราชธานี มีเจ้าเมืองสืบกันมาถึง 4 คน ตราบจนถึงพ.ศ.2425 จึงดีมีการแต่งตั้งข้าหลวงและผู้ว่าราชการจังหวัดมาปกครองดูแลจนถึงทุกวันนี้
‘เมืองดอกบัวงาม แม่น้ำสองสี มีปลาแซบหลาย หาดทรายแก่งหิน ถิ่นไทยนักปราชญ์ ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม งามล้ำเทียนพรรษาผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์’

แผนที่

ภูมิทัศน์โดยรอบ

ภาพถ่ายห้องจัดแสดง

วัตถุจัดแสดง

วัตถุจัดแสดงที่มีความสำคัญ

1กลองมโหระทึก ทำจากสำริด
2ทับหลัง ทำจากหินทราย
3อรรถนารีศวร (พระศิวะและพระอุมารวมกันเป็นองค์เดียว) ทำจากหินทราย
4อรรถนารีศวร (พระศิวะและพระอุมารวมกันเป็นองค์เดียว) ทำจากหินทราย

ผู้ดูแลและหน่วยงานที่รับผิดชอบในปัจจุบัน

นางวรรณา หาญกมลศิริ ตำแหน่ง หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี

วันที่แก้ไขล่าสุด : 16 ธันวาคม 2558

กิจกรรม

ไม่มีข้อมูล

ข่าวสาร

ไม่มีข้อมูล