11 กันยายน พ.ศ. 2544 นับย้อนไป 21 ปีที่แล้ว เกิดเหตุการณ์สูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศสหรัฐอเมริกา มีการโจมตีสหรัฐอเมริกาโดยกลุ่มก่อการร้าย 4 ครั้ง ในวันเดียวกัน เหตุเกิดที่ในนครนิวยอร์กและพื้นที่วอชิงตัน ดี.ซี.  เช้าวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001 มีกลุ่มผู้ก่อการร้าย 19 คนจี้เครื่องบินโดยสารสี่ลำ  โดยบังคับให้เครื่องบินลำที่ 1 และ 2 พุ่งชนตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์ก ทำให้อาคารทั้งสองถล่มลงมาภายในเวลาเพียงสองชั่วโมง  ส่วนเครื่องบินลำที่ 3 ชนพุ่งชนอาคารเพนตากอนในอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย และเครื่องบินลำที่สี่ ตกลงในทุ่งใกล้กับแชงค์วิลล์ รัฐเพนซิลเวเนีย ก่อนถึงเป้าหมาย คือ อาคารรัฐสภาสหรัฐ ในวอชิงตัน

 

          ครอบครัวของผู้เขียนเป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่กระวนกระวายใจมาก เนื่องจากไม่สามารถติดต่อญาติสนิทที่อยู่ใน นิวยอร์กได้เลย พยายามโทรศัพท์ติดต่อไปที่บ้านและบ้านเพื่อนที่คาดว่าจะสามารถส่งข่าวสถานการณ์ทางโน้นได้บ้าง แต่ก็ไม่สามารถโทรติดต่อใครได้ ณ ช่วงเวลานั้นข่าวจากสำนักข่าวต่างๆ ดูจะเป็นความหวังเดียวที่มี  หลังจากนั้น 2 วัน ความกังวลใจก็หายไปเมื่อได้รับการติดต่อจากคุณย่าโทรศัพท์บอกว่าปลอดภัยดี แม้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอยู่ห่างจากบ้านที่พักมากพอสมควร  แต่ก็มีคนที่รู้จักรวมถึงเพื่อนบ้านบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้หลายคน ในช่วงเวลานั้นโลกปกคลุมไปด้วยความเศร้าหดหู่ใจกับความสูญเสีย กระนั้น ทุกชีวิตต้องดำเนินต่อไปหลังจากเหตุการณ์นั้น รัฐบาลสหรัฐฯ ก็มีมาตรการ เข้มงวดในเรื่องการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการเหตุร้ายซ้ำขึ้นมาอีก

 

           สำหรับพื้นที่บริเวณอาคารเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ที่เคยปกคลุมไปด้วยฝุ่นจากซากของอาคารที่ถล่มลงมา กลับมามีชีวิตอีกครั้งในปีค.ศ. 2011 ในฐานะของพิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานแห่งชาติ  หรือ 9/11 Memorial Museum สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์การก่อวินาศกรรมสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001

 

           ในปีค.ศ. 2015 ผู้เขียนมีโอกาสเดินทางไปนิวยอร์ก โดยมีความตั้งใจว่าจะต้องไปเยี่ยมชม  9/11 Memorial Museum เริ่มต้นออกเดินทางจากบ้านด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินสาย 2 จากสถานี Simpsom St. ไปยังสถานี Chambers St. และเดินต่อไปยังลานภูมิทัศน์ที่เคยเป็นที่ตั้งของอาคารเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์  สิ่งที่เห็นได้ชัดบนลานแห่งนี้ คือ รายชื่อผู้จากไปจากเหตุการณ์จารึกอยู่บนแท่นที่แสดงอาณาเขตของตัวอาคาร จากนั้นก็เดินไปเข้าแถวเพื่อซื้อบัตรเข้าชมนิทรรศการ  ผู้คนไม่เยอะมากอาจเพราะเป็นช่วงเวลาเช้า เมื่อก้าวเท้าเดินเข้าไปภายในตัวอาคาร ความตื่นเต้นก็หายไปมีแต่ความรู้สึกเศร้าหดหู่ใจเข้ามาแทนที่ มีผู้เข้าชมพอสมควรไม่ได้หนาแน่นมากนัก ที่น่าแปลกใจ คือ ด้วยจำนวนคนขนาดนั้นควรมีเสียงพูดคุยที่ดังพอควร แต่ก็เปล่าเลย คนส่วนใหญ่ที่เข้ามาอยู่ในอาการนิ่งสงบมาก แล้วมีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครมาแนะนำส่วนต่างๆ ของการจัดแสดงที่ปรากฏในแผ่นพับนำชม  

 

ภาพที่ 1 ส่วนหนึ่งของพื้นที่ Ground Zero ถูกปรับเป็นภูมิทัศน์ และมีแท่นที่แสดงอาณาเขต

ของตัวอาคารจารึกรายชื่อผู้ที่จากไปในเหตุการณ์ 911

 

           ภายในโถงต้อนรับของอาคาร จัดแสดงชิ้นส่วนของอาคารที่ยังคงเหลืออยู่ ส่วนใหญ่เป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคาร ซึ่งมีหลายชิ้นที่มองดูแล้วรู้สึกสะเทือนใจมากอย่างบันไดทางหนีไฟที่นำมาจัดแสดงพร้อมภาพประกอบที่มีภาพผู้คนที่ทำงานในอาคารหลังนั้นกำลังใช้บันไดนี้เดินตามการนำของตำรวจ NYPD เพื่อหนีออกจากอาคาร หรือชุดเครื่องแบบและหมวกของพนักงานดับเพลิง FDNY ที่เข้าไปช่วยคนในตึกและไม่ได้กลับออกมาอีก  รวมถึงเสียงสุดท้ายที่ผู้โดยสารโทรศัพท์จากเครื่องบินที่ถูก Hijack พูดกับครอบครัวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ผู้เข้าชมหลายคนหยุดฟังแบบไม่ทันจบก็เดินเลี่ยงไป  นอกจากสิ่งของที่นำมาใช้จัดแสดงแล้วยังมีภาพถ่ายที่นำมาใช้จัดแสดง โดยส่วนใหญ่เป็นภาพที่ถ่ายจากเหตุการณ์ในวันนั้น ทั้งจากสำนักข่าวต่างๆ นักท่องเที่ยวและผู้คนที่อยู่ในบริเวณที่สามารถบันทึกภาพไว้ได้  ซึ่งภาพที่จัดแสดงสามารถบอกความรู้สึกของผู้คนในเวลานั้นได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะผนังด้านหนึ่งที่อัดแน่นไปด้วยภาพถ่ายบุคคลที่จากไปในเหตุการณ์ 911 เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีผู้คนมายืนสงบนิ่ง ระลึกถึงและไว้อาลัย ผู้เข้าชมหลายคนยืนกอดกันและร้องไห้  

 

 

ภาพที่ 2 รถดับเพลิงของ FDNY วัตถุจัดแสดงชิ้นสำคัญ

สภาพของรถแสดงให้เห็นถึงความสูญเสียของเหตุการณ์ในวันนั้น

แหล่งที่มาภาพ: https://www.911memorial.org

 

 

ภาพที่ 3 ภาพถ่ายสะพานบรูคลิน ณ เวลา 8:30  ของวันที่ 11 กันยายน 2001

มองเห็นตึกแฝดเวิร์ดเทรดเซ็นเตอร์เป็นฉากหลัง

 

 

ภาพที่ 4 ตึกแฝด ขณะกำลังก่อสร้าง ตึกที่ 1 เริ่มก่อสร้างปีค.ศ. 1968 และตึกที่ 2 เริ่มก่อสร้างในปีถัดมา

 

 

ภาพที่ 5 ภาพส่วนหนึ่งที่ถูกจัดแสดงบนจอ LED

เป็นภาพที่บันทึกไว้โดยนักเที่ยวขณะที่เครื่องลำที่ 1 กำลังพุ่งชนตึกที่ 1 (ตึกเหนือ)

 

 

          จากการเข้าชม 9/11 Memorial Museum ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนคิดว่า Memorial Museum มีการออกแบบที่ดี การเล่าเรื่องเป็นไปตามไทม์ไลน์ของเหตุการณ์จริงๆ ที่หลายคนอยู่ในช่วงเวลานั้น การเขียนบรรยายเนื้อหาในนิทรรศการไม่มีคำด่าทอหรือเขียนในแนวส่อเสียด และหลีกเลี่ยงการใส่ความรู้สึกเกลียดชังใดๆ ลงไปในนิทรรศการนี้  แม้บางส่วนของนิทรรศการจะไม่อนุญาตให้บันทึกภาพ ผู้ชมก็ปฏิบัติตามข้อตกลงเป็นอย่างดี มีหลายครั้งที่ผู้นำชมพูดถึงวัตถุจัดแสดงบางชิ้นแล้วสะเทือนอารมณ์ ทำให้ทั้งผู้นำชมและผู้เข้าชมถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ต้องหยุดนิ่งเพื่อกลับมาตั้งสมาธิกันใหม่ รวมถึงการแสดง 2 ประโยคบนผนังภายในอาคารนิทรรศการก็เป็นประโยคที่กินใจและน่าจดจำจากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

 

No Day Shall Erase You from the Memory of Time - Virgil

 

We came in as Individuals. And we’ll walk out together

 

ประโยคนี้ถ้าเป็นจริงได้ โลกเราคงอยู่กับแบบสงบสุข

 

 

ภาพที่ 6 สองประโยคประทับใจจากผนังภายในอาคารนิทรรศการ

 

ศราวัณ วินทุพราหมณกุล

view284

วันที่แก้ไขล่าสุด : 19 กันยายน 2565

คำแนะนำการใช้งาน
ขยายขนาดตัวอักษร
เพิ่มระยะห่างตัวอักษร
เน้นการเชื่อมโยง
ปรับชุดสี
เปิดการใช้งาน
ปิดการใช้งาน
คำแนะนำการใช้งาน
เริ่มต้นใช้งาน
Text Size

การขยายขนาดตัวอักษร

สามารถเลือกปรับขนาดตัวอักษรได้ 3 ระดับ คือ 20% 30% และ 40% จากขนาดมาตรฐาน

Text Spacing

การเพิ่มระยะห่างตัวอักษร

การปรับระยะห่างของตัวอักษร และช่องว่างระหว่างบรรทัด สามารถปรับได้ 3 ระดับ เพื่อให้อ่านข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

Highlight Links

เน้นการเชื่อมโยง

ช่วยเน้นและแยกส่วนของลิงค์หรือปุ่มต่างๆ ออกจาก เนื้อหาภายในเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถมองเห็นปุ่มได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Change Color

เลือกปรับชุดสี

สามารถเลือกปรับชุดสีของเว็บไซต์ได้ 4 แบบตัวอักษรและปุ่มต่างๆ มีสีเข้มคมชัด มองเห็นได้ชัดเจน