<h3><span style="color: #800000;">&ldquo;เกิดสำเพ็ง&rdquo; VS &ldquo;เกิดวังปารุสก์&rdquo; ว่าด้วยความเป็นคนไทย</span></h3> <p>&nbsp;</p> <p>&nbsp;</p> <p><span style="color: #800000;"><strong>เกิดสำเพ็ง</strong></span></p> <p>&nbsp;</p> <p>&lsquo;เกิดสำเพ็ง&rsquo; เป็นหนังสือชีวประวัติของ &lsquo;กิมหงวน&rsquo; ตัวละครหนึ่งจากนวนิยายเรื่อง&nbsp;&lsquo;พล นิกร กิมหงวน&rsquo; นวนิยายที่ทรงอิทธิพลที่ปรากฏครั้งแรกใน พ.ศ. 2482 เขียนโดย ป. อินทรปาลิต เล่าถึงวีรกรรมของหนุ่มเจ้าสำราญผู้มีอันจะกินและรักการผจญภัยสามคน นวนิยายดังกล่าวมีเนื้อหาขบขันและสนุกสนาน และยังสะท้อนประเด็นสำคัญ ๆ ในยุคสมัยด้วย ได้รับการตีพิมพ์เกือบพันตอน เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์เกี่ยวกับความเป็นไปในสยามระหว่าง พ.ศ. 2482-2511 หนึ่งในตัวละครหลักสามตัวที่มีผู้ชื่นชอบมากคือ &lsquo;กิมหงวน&rsquo; เป็นพ่อค้าไทยเชื้อสายจีนฐานะร่ำรวย</p> <p><br />เกษียร เตชะพีระ เคยเขียนเกี่ยวกับความเป็นชาติและภูมิหลังทางธุรกิจของกิมหงวน ซึ่งเกษียรวิเคราะห์ถึงตอนหนึ่งที่กิมหงวนพยามขายหนังสือชีวประวัติ &lsquo;เกิดสำเพ็ง&rsquo; ของเขา กิมหงวนเชื่อว่าหนังสือจะต้องขายดีเนื่องจากเปิดเผยเคล็ดลับความสำเร็จของตน หนังสือที่พิมพ์อย่างประณีตสวยงามวางขายในราคาเล่มละ 20 บาท โดยตั้งเป้ายอดขายอย่างน้อย 50,000 เล่ม แต่การณ์มิได้เป็นไปเหมือนตลาดหนังสือปัจจุบันที่คู่มือธุรกิจจีน และคู่มือธุรกิจจีน-ไทยขายดี สมัยนั้นดูเหมือนไม่มีใครสนใจชีวประวัติของกิมหงวน คนอ่านไม่กี่คนที่ซื้อไปก็ก่นด่าคนเขียนและนำหนังสือมาขอคืนเงิน เพื่อจะขายหนังสือให้ได้กิมหงวนจึงใช้วิธีสอดธนบัตร 100 ไว้ในหนังสือซึ่งยังคงขายเล่มละ 20 บาท กลวิธีการตลาดเช่นนี้ทำให้กิมหงวนขายหนังสือได้หมดแต่แน่นอนว่าขาดทุนอย่างหนัก</p> <p>&nbsp;</p> <p>ทักษ์ เฉลิมเตียรณ ได้เปิดประเด็นสำคัญไว้ว่า แม้ไม่มีการปรากฏแน่ชัดว่านวนิยายตอนนี้ที่เกษียร เตชะพีระ กล่าวถึง เขียนขึ้นเมื่อไหร่ แต่ทักษ์ประมาณการว่าน่าจะราว พ.ศ. 2493 เป็นปีเดียวกับที่พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ตีพิมพ์หนังสือ &lsquo;เกิดวังปารุสก์&rsquo; ซึ่งเล่าเรื่องราวชีวิตตั้งแต่เด็กจนโต ทักษ์สันนิษฐานว่าบางที ป. อินทรปาลิต อาจจะเขียนล้ออดีตเพื่อนร่วมโรงเรียนนายร้อยชั้นปฐมของเขาก็เป็นได้</p> <p>&nbsp;</p> <p>&nbsp;</p> <p><br /><span style="color: #7a4d00;"><strong>เกิดวังปารุสก์</strong></span></p> <p>&nbsp;</p> <p>&lsquo;เกิดวังปารุสก์&rsquo; หนังสือที่ถูกอ้างอิงถึง เป็นหนังสือที่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ทรงนิพนธ์ชีวประวัติของพระองค์เอง</p> <p>&nbsp;</p> <p><em>&ldquo;&hellip;ชีวิตของข้าพเจ้านับว่าแปลกอยู่บ้าง ข้าพเจ้ามีกำเนิดมาในตระกูล ซึ่งมีประวัติอันพาดพิงใกล้ชิดกับประวัติของชาติ ในเมื่อเด็ก ๆ ข้าพเจ้าได้เห็นชีวิตในวังหลวง ในวังเจ้านายต่าง ๆ ได้เคยอยู่โรงเรียนนายร้อยสมัย ๒๕ ปีมาแล้วของเหล่านี้ส่วนมากนับแต่จะสูญหายไปทุกวัน&hellip;.&rdquo;</em></p> <p><em>&nbsp;</em></p> <p><em>&ldquo;&hellip;ความประสงค์ของข้าพเจ้าในการแต่งหนังสือก็คือ จะเล่าถึงชีวิตของข้าพเจ้าเป็นเวลาเกือบ ๔๒ ปี ให้ใกล้กับความจริงอย่างที่สุด&hellip;&rdquo;</em></p> <p>&nbsp;</p> <p><br /><span style="color: #7a4d00;"><strong>อัตลักษณ์ความเป็นคนไทยของพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์</strong></span></p> <p>&nbsp;</p> <p>จากเนื้อหาใน&nbsp;&lsquo;เกิดวังปารุสก์&rsquo; ที่พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ทรงนิพนธ์ไว้พบว่า</p> <p>&nbsp;</p> <p>พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์นั้น เผชิญกับการตั้งคำถามเรื่องความเป็นคนไทย พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ เป็นโอรสของ สมเด็จฯ เจ้าฟ้า จักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ พระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ส่วนมารดาของพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ เป็นชาวรัสเซียชื่อว่า คัทริน เดสนิตสกี (Desnitski) เหตุที่มีมารดาเป็นชาวต่างชาตินี้เองที่ทำให้พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์เป็นเจ้านายที่ต้องเผชิญกับการตั้งคำถามถึงอัตลักษณ์ความเป็นคนไทย</p> <p>&nbsp;</p> <p>การต่อสู้เรื่องความเป็นคนไทยที่พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ต้องเผชิญนั้นมีมาตั้งแต่ที่พระองค์ยังไม่ประสูติเสียด้วยซ้ำ แรกเริ่มที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระราชชนนี พระพันปีหลวง ไม่ยอมรับ และรัชกาลที่ 5 ทรงตรัสถามกับสมเด็จฯ เจ้าฟ้า จักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ว่าถ้าหากมีลูกจะให้ลูกเป็นอะไร</p> <p>&nbsp;</p> <p><em>&ldquo;ตามที่ข้าพเจ้าได้ทราบเรื่องราวต่อมา ปรากฏทูลหม่อมปู่ได้ทรงเรียกพ่อให้ไปเฝ้าสองต่อสองและได้ทรงต่อว่าถึงการแต่งงานกับผู้หญิงฝรั่ง จริงอยู่บุคคลชั้นขุนนางได้เคยมีแต่งงานกับผู้หญิงฝรั่งมาก่อนนั้นแล้ว แต่ชั้นเจ้านายนั้นยังไม่มี ทูลหม่อมปู่ได้ทรงเตือนพ่อว่า เป็นที่สองในการสืบสันตติยวงศ์ต่อจากทูลหม่อมลุง พ่อได้ทรงโต้เถียงว่า มิได้เคยทรงคิดเช่นนั้น...ต่อจากนั้นทูลหม่อมปู่ยังได้ทรงถามพ่อว่า &lsquo;ถ้ามีลูกออกมาแล้ว จะให้มันเป็นอะไร&rsquo;&rdquo;</em></p> <p>&nbsp;</p> <p><em>&ldquo;..พ่อได้ทรงตอบด้วยสำเนียงอันห้วน ๆ ว่า &lsquo;ไม่ต้องเป็นอะไรเลย ให้มันเป็นมิสเตอร์ก็ได้&rsquo;...&rdquo;</em></p> <p><em>&nbsp;</em></p> <p><em>&ldquo;...ทูลหม่อมปู่ก็เลยตกลงพระทัยว่าจะทำเฉย ๆ เสียและทำประหนึ่งว่า พ่อยังมิได้ทรงแต่งงานเลย ส่วนย่านั้นกลับกริ้วกราดยิ่งขึ้นอีก ทรงมีความเห็นว่าแม่ได้ยอมมาแต่งงานและอยู่กับพ่อเพราะอยากได้อัฐ&hellip;&rdquo;</em></p> <p>&nbsp;</p> <p>นอกจากนั้นเพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ก็ได้เล่าถึงสถานการณ์ที่สามารถคลี่คลายและทำให้หม่อมคัทรินเป็นที่ยอมรับ ก็ด้วยการฝึกฝนมีมารยาทที่งามอย่างไทย</p> <p>&nbsp;</p> <p><em>&ldquo;...ย่าได้เสด็จมาเยี่ยมพ่อที่วังปารุสก์อยู่บ่อย ๆ แต่พ่อก็ให้แม่แอบเสียทุก ๆ คราว วันหนึ่งเจ้านายผู้หญิงที่ตามเสด็จย่ามาด้วยได้ทูลออกความเห็นว่า ควรจะให้แม่มาเฝ้าได้แล้ว ย่าก็ตกลงทรงเห็นด้วย ตรัสบอกพ่อให้พาแม่มาเข้าเฝ้า มีท่านสุภาพสตรีอาวุโสผู้หนึ่งที่เคยมีตำแหน่งสูงในวังได้เล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า บรรดาเจ้านายและสตรีชั้นสูงที่ตามเสด็จมา ก็พากันซุบซิบหัวเราะต่อกระซิก คิดว่าแม่จะเข้ามาทำท่าทางเป็นฝรั่งเก้ ๆ กัง ๆ และไม่ถูกแบบแผนต่าง ๆ ทั้งนี้ เพราะไม่ทราบว่าแม่ได้แอบเรียนการหมอบกราบและคลานมานานแล้ว ฉะนั้น เมื่อพ่อนำแม่มาในที่เฝ้า แม่ก็คลานมาและหมอบกราบอย่างเรียบร้อย เป็นที่พอพระทัยย่าอย่างยิ่งและย่าได้โปรดลูกสะใภ้ของท่านตั้งแต่บัดนั้นมา&rdquo;</em></p> <p>&nbsp;</p> <p>หลังจากการเล่าถึงการพิสูจน์ตนเองจนได้รับการยอมรับแล้วนั้นพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ก็เล่าถึงครอบครัวของพระองค์ และแน่นอนครอบครัวของพระองค์ไม่ใช่แค่ครอบครัวธรรมดา หากแต่ว่าสำคัญกับประวัติศาสตร์ไทยด้วยดังที่ได้กล่าวไปก่อนหน้า</p> <p><br />เนื้อหาในหนังสือเกิดวังปารุสก์พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ได้มีเนื้อหาที่พยายามนำเสนอถึงความเป็นคนไทยของพระองค์ เช่นในบทแรก ชื่อ &ldquo;กำเนิด&rdquo; เล่าถึงว่าเรื่องของครอบครัว ซึ่งเกี่ยวพันกันกับประวัติศาสตร์ประเทศ เล่าถึงชาติกำเนิดว่าเกิด พูดถึงพระบิดา พระมารดา รวมถึงเสด็จปู่ เสด็จลุงซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ นั่นคือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 รวมถึงการกล่าวถึงความผูกพันธ์และชื่นชมเสด็จย่า สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ว่าเป็นผู้วิเศษ ที่ใครเห็นก็เกรงขาม</p> <p>&nbsp;</p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><span style="color: #800000;"><strong>อัตลักษณ์ความเป็นคนไทยของกิมหงวน</strong></span></p> <p>&nbsp;</p> <p>ส่วนการพูดถึงประเด็นความเป็นคนไทยของกิมหงวน&nbsp;ทักษ์ เฉลิมเตียรณ ให้ข้อสังเกตว่า เรารู้จักพื้นเพของกิมหงวนน้อยมาก เรารู้ว่าเขาเกิดที่สำเพ็ง พ่อเป็นมหาเศรษฐีชื่อ &lsquo;กิมเบ๊&rsquo; ลุงเป็นพ่อค้าฐานะดีชื่อ &lsquo;กิมไซ&rsquo; แม้ว่าพ่อกับลุงของเขาจะพูดไทยติดสำเนียงจีนอย่างหนัก แต่กิมหงวนพูดไทยได้ชัด แต่ยังรู้ภาษาจีนเนื่องจากได้เรียนที่โรงเรียนจีนก่อนจะเข้าโรงเรียนอัสสัมชัญ เรารู้ว่าเขาถูกส่งไปต่างประเทศเพื่อเรียนรู้การทำธุรกิจ ก่อนจะกลับมาเป็นผู้จัดการห้างสรรพสินค้าของพ่อเขาซึ่งชื่อว่าห้าง &lsquo;ศิวิลัยซ์พานิช&rsquo; ป. อินทรปาลิต บอกกับคนอ่านว่ากิมเบ๊พ่อของกิมหงวนเสียชีวิตเมื่ออายุ 80 ปี เรารู้ว่าแม่ของกิมหงวนเป็นคนไทย แต่แม่และญาติคนไทยของเขาไม่เคยปรากฏตัวในเรื่อง เรารู้ว่ากิมหงวนร่ำรวยเพราะได้รับมรดกเป็น 10.5 ล้านบาทที่ฝากในธนาคารสามแห่ง อีก 60,000 บาทในปี๊บที่บ้าน โรงสีสิบแห่ง โรงเลื่อยสิบแห่ง เรือกลไฟสิบลำ รถประจำทางหนึ่งสาย และทรัพย์สินที่ให้เช่าอีกนับสิบรายการ อันที่จริงกิมหงวนมีรายได้จากธุรกิจวันละมากกว่า 5,000 บาท ในยุคสมัยนั้นคนรับใช้มีรายได้เดือนละ 10 บาท</p> <p>&nbsp;</p> <p>กิมหงวนยอมรับในเชื้อชาติจีนของเขาแต่ก็มักพูดติดตลกเกี่ยวกับครอบครัวของตนเอง เมื่อหญิงไทยชั้นสูงสองนางพบกิมหงวนเป็นครั้งแรก พวกเธอถามว่าเขาเป็นใครและทำงานอะไร กิมหงวนตอบว่า <em>&ldquo;ผมหรือครับ ผมเป็นเจ๊กครับ ลูกจีนเกิดในไทยแลนด์ มารดาเป็นไทย น้าผมก็เป็นไทย ส่วนลุงและอาเป็นเจ๊กครับ แล้วก็-จีนกับไทยมิใช่อื่นไกล พี่น้องกันครับ</em>&rdquo; หญิงสาวถามต่อไปเกี่ยวกับอาชีพของเขา กิมหงวนเลี่ยงที่จะตอบคำถามด้วยการเลือกที่จะฟังคำว่า &lsquo;อาชีพ&rsquo; เป็น &lsquo;อาที่ชื่อชีพ&rsquo; แทน กิมหงวนตอบว่า <em>&ldquo;อ๋อ อาผมไม่ได้ชื่อชีพครับ แกชื่อกิมลี้ครับ&rdquo;</em> หญิงสาวหงุดหงิดบอกว่าพวกเธอรู้แล้วว่าเขาเป็นเจ๊กแต่อยากรู้ว่าเขา &ldquo;ทำอะไรกิน&rdquo; กิมหงวนตอบว่าเขาไม่เคยทำเลยเพราะนั่นเป็นหน้าที่แม่ครัว</p> <p>&nbsp;</p> <p>ทักษ์ กล่าวว่าในใจของกิมหงวนนั้นเขารู้ชัดถึงอัตลักษณ์ของตนเอง ในกรณีนี้เขาเลือกระบบความสัมพันธ์แบบเครือญาติสองทาง แบบไทยด้วยการเลือกฝ่ายแม่ แทนที่จะเลือกระบบความสัมพันธ์เครือญาติแบบจีนที่นับพ่อเป็นหลัก</p> <p>&nbsp;</p> <p>ใน &lsquo;รัฐนิยม&rsquo; ที่ออกมาปี 2483 เป็นช่วงที่รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม รณรงค์เชิดชูกระแสชาตินิยมเพื่อสร้างความสามัคคีและกระตุ้นให้คนไทยต่อต้านศัตรูต่างชาติ ตัวละครหลักของนวนิยายเรื่องนี้ตัดสินใจตั้งสมาคมรัฐนิยมขึ้นตอบสนองต่อการเรียกร้องของรัฐบาลให้ต่อต้านการครอบงำเศรษฐกิจไทยของต่างชาติ พลเมืองไทยถูกเรียกร้องให้ไล่คนงานต่างชาติออกและจ้างคนงานไทยแทน ก่อนจะตกลงเข้าร่วมกลุ่ม กิมหงวนขอให้มีข้อยกเว้นอย่างหนึ่ง เขาบอกว่ามีคนไทยแค่คนเดียวในบริษัทของเขานั่นคือเขาเอง นอกนั้นเป็น &lsquo;ตึ่งนั้ง&rsquo; (คนจีนที่เพิ่งอพยพมาใหม่) เขาบอกว่าหากไล่คนกลุ่มนั้นออกบริษัทก็จะเจ๊ง ในการบรรยายว่ามีคนไทยเพียงคนเดียวในบริษัทของเขา กิมหงวนใช้คำภาษาจีนสำหรับคำว่าคนเดียวคือ &lsquo;เจ๊กไก๊&rsquo; ซึ่งบ่งบอกว่าเขาสามารถอ้างอัตลักษณ์ไทยได้แม้ว่าจะยังคงรักษาแง่มุมต่าง ๆ ของวัฒนธรรมและภาษาจีนอยู่ สหายคนไทยของเขาและผู้อ่านก็เข้าใจความหมายของคำว่าเจ๊กไก๊</p> <p><br />เมื่อ ป. อินทรปาลิต แนะนำตัวกิมหงวนเขาไม่มีแซ่ เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนไปในช่วงรัฐนิยมคนไทยทั้งหมดถูกเรียกร้องให้ใช้นามสกุลไทย ดังนั้นกิมหงวนจึงกลายเป็น &lsquo;กิมหงวน ไทยแท้&rsquo; ซึ่งทักษ์มองว่าเป็นการเล่นคำที่มีความหมายลึกซึ้งมากกว่าเพียงเพื่อความขบขัน นามสกุลที่ตั้งขึ้นใหม่นี้ลดทอนความขลังเกี่ยวกับความเป็นไทยด้วยการยอมให้คนที่มีชื่อจีนมีโอกาสจะกลายเป็นไทยแท้ เรื่องยิ่งอลเวงมากขึ้นเมื่อกิมหงวนเปลี่ยนนามสกุลไปเรื่อย ๆ คราวหนึ่งเขามีชื่อและนามสกุลว่า &ldquo;สงวน ไทยเทียม&rsquo; แทน &lsquo;กิมหงวน ไทยแท้&rsquo;</p> <p><br />การให้ตัวละครนี้มีชื่อและนามสกุลมีสองแบบ ทักษ์ มองว่า ป. อินทรปาลิต แสดงถึงความซับซ้อนในการสร้างอัตลักษณ์โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องของเจ๊ก สงวน ไทยเทียม อาจหมายความได้ว่ารักษาความเป็นไทยเทียม ชื่อและนามสกุลนี้ใช้คำไทยทั้งหมดเพื่อบอกว่าบุคคลนี้เป็นไทยไม่แท้ ทว่า กิมหงวน ไทยแท้ ใช้ชื่อจีนกับนามสกุลไทยที่บอกว่าเขาเป็นไทยแท้ ในกรณีนี้กิมหงวนอ้างดื้อ ๆ ว่าเขาเป็นไทยแท้เช่นกัน เราอาจถามได้ว่าสองกรณีนี้ กรณีไหนน่าเชื่อถือกว่ากัน น่าสนใจว่าภาพปกที่วาดเป็นการ์ตูนมักแสดงภาพกิมหงวนสวมแว่นตาดำ เราสามารถมองเรื่องนี้ได้ว่าเป็นการซุกซ่อนหน้าตาแบบจีนของเขาโดยเฉพาะดวงตาเพื่อจะได้ดูเป็นไทย หรือในเชิงอุปมา เขาเป็นจีนที่มองโลกผ่านแว่นแบบไทย</p> <p>&nbsp;</p> <p>ทั้งหมดจึงเป็นดังที่&nbsp;ทักษ์ เฉลิมเตียรณ มองว่า &lsquo;เกิดสำเพ็ง&rsquo; คือการประกาศว่าคนไทยเชื้อสายจีนที่เกิดในย่านคนจีนก็ควรถูกถือว่าเป็นคนไทย หากว่าพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ที่มีแม่เป็นคนรัสเซียยังถูกถือว่าเป็นเจ้านายไทยได้</p> <p>&nbsp;</p> <p>&nbsp;</p> <p style="text-align: right;">&nbsp;</p> <p>&nbsp;</p> <p><img src="https://www.museumsiam.org/upload/content_4025/2020_03/1583917264_530.jpg" alt="" width="754" height="562" /></p> <p>&nbsp;</p> <p style="text-align: right;"><br /><span style="color: #800000;"><strong>รัชนก พุทธสุขา</strong></span></p> <p><span style="color: #800000;"><strong>&nbsp;</strong></span></p> <p>&nbsp;</p> <p>&nbsp;</p> <p>&nbsp;</p> <p>&nbsp;</p> <h3>&nbsp;</h3> <h3><br /><span style="color: #800000;"><strong>อ่านเพิ่มเติม</strong></span></h3> <h3>&nbsp;</h3> <p>&nbsp;</p> <p><a title="http://knowledge-center.museumsiam.org/search/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B9%8C/option-and?search_in_product_main=all&amp;keyword=%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B9%8C" href="http://knowledge-center.museumsiam.org/search/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B9%8C/option-and?search_in_product_main=all&amp;keyword=%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B9%8C">จุลจักรพงษ์, พระเจ้าวรวงศ์เธอ. พระองค์เจ้า. (2557). เกิดวังปารุสก์. พิมพ์ครั้งที่ 15. กรุงเทพฯ: รีเวอร์บุ๊คส์.</a></p> <p>&nbsp;</p> <p>&nbsp;</p> <p>ทักษ์ เฉลิมเตียรณ. (2558). อ่านจนแตก: วรรณกรรม ความทันสมัย และความเป็นไทย. กรุงเทพฯ: อ่าน.</p>

วันที่แก้ไขล่าสุด : 12 มีนาคม 2563

คำแนะนำการใช้งาน
ขยายขนาดตัวอักษร
เพิ่มระยะห่างตัวอักษร
เน้นการเชื่อมโยง
ปรับชุดสี
เปิดการใช้งาน
ปิดการใช้งาน
คำแนะนำการใช้งาน
เริ่มต้นใช้งาน
Text Size

การขยายขนาดตัวอักษร

สามารถเลือกปรับขนาดตัวอักษรได้ 3 ระดับ คือ 20% 30% และ 40% จากขนาดมาตรฐาน

Text Spacing

การเพิ่มระยะห่างตัวอักษร

การปรับระยะห่างของตัวอักษร และช่องว่างระหว่างบรรทัด สามารถปรับได้ 3 ระดับ เพื่อให้อ่านข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

Highlight Links

เน้นการเชื่อมโยง

ช่วยเน้นและแยกส่วนของลิงค์หรือปุ่มต่างๆ ออกจาก เนื้อหาภายในเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถมองเห็นปุ่มได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Change Color

เลือกปรับชุดสี

สามารถเลือกปรับชุดสีของเว็บไซต์ได้ 4 แบบตัวอักษรและปุ่มต่างๆ มีสีเข้มคมชัด มองเห็นได้ชัดเจน