ภาคเหนือ

ดูทั้งหมด

บ้านเสานัก

 2016-06-22 16:35:28

บ้านร้อยเสา ในจำนวนบ้านไม้สักโบราณของเมืองลำปาง ดูเหมือน ‘บ้านเสานัก’ จะมีคนพูดถึงมากที่สุด นอกจากจะเป็นเรือนไม้สักโบราณศิลปะพม่าผสมล้านนา มีเสาเรือนถึง 116 ต้น ที่เป็นจุดเด่นแล้ว บ้านเสานัก แห่งนี้ยังเป็นสถานที่รวมเอาข้าวของเครื่องใช้สมัยโบราณมาไว้มากที่สุด ในส่วนของการจัดวางยังคงลักษณะเดิมที่เจ้าของบ้านล้านนาที่รมรื่น สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต รสนิยม แบบแผนประเพณีพื้นเมืองของชาวลำปางเป็นอย่างดี ทำให้บ้านเสานักกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ด้านศิลปวัฒนธรรมของเมืองลำปางที่ดูคึกคัก และไม่เคยร้างไร้ผู้มาเยือน บ้านเสานัก สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2438 โดยคหบดีชื่อ ‘หม่องจันโอง’ ซึ่งเป็นต้นตระกูลจันทรวิโรจน์ ปัจจุบันบ้านเสานักตกทอดมาถึงสมัยของคุณหญิงวลัย ลีลานุช อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนลำปางกัลยาณี ซึ่งเป็นหลานตาของหม่องจันโอง ท่านได้ทำการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านเสานัก เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับยุคสมัย แต่ยังคงอนุรักษ์บ้านให้อยู่ในสภาพเดิมมากที่สุด ภายหลังจากที่คุณหญิงวลัยถึงแก่อนิจกรรม ในพ.ศ.2535 บ้านหลังนี้จึงไม่มีคนอาศัย และถูกจัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์ด้านศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดลำปาง เก็บรวบรวมเครื่องใช้โบราณ รูปภาพภายในบริเวณบ้านเสานักยังมีถุงข้าวเสาหลาย และต้นสารภีอายุ 130 ปี นอกจากจะได้สัมผัสบรรยากาศเก่าๆสมัยราชกาลที่ 5 ในบ้านเสานักแล้ว ยังมีบริการขันโตก พร้อมการแสดงพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นฟ้อนเทียน,ฟ้อนเจิง,ฟ้อนน้อยไจยา,ฟ้อนเจ้าฟ้า,ฟ้อนสาวไหม,ฯลฯ รวมถึงการแสดงดนตรีพื้นเมือง เช่น วงสล้อซอซึง,สะล้อซึงชุดเล็ก,วงตกเส้งและวงปี่จุม เป็นต้น ส่วนที่พลาดไม่ได้ คือบริการถ่ายภาพสตูดิโอ ชุดล้านนาที่บ้านเสานักซึ่งสามารถเลือกถ่ายภาพได้ทุกมุมของบ้านในบรรยากาศของครอบครัว หรือถ่ายภาพคู่กับรถม้าโบราณของนครลำปาง

บ้านวงศ์บุรี

 2016-06-22 16:35:45

เฮือนขนมปังขิง เรือนขนมปังขิงคือเรือนมะนิลามีการฉลุลวดลาย เช่น ครีบ ช่องลม หน้าจั่ว ลูกกรง ไม้แบน เป็นลายฉลุต่างๆ ที่ดูวิจิตรพิสดารหรูหราแบบขนมปังขิงของยุโรป จึงเรียกว่า เรือนขนมผังขิง เป็นของแพร่มาจากยุโรป หรือทางตะวันตก เรือนขนมปังขิงเป็นที่นิยมกันทั่วไปเมื่อราวๆ สมัยราชกาลที่ 5,6 และ 7คนไทยเรียกเรือนมะนิลา บ้านวงศ์บุรี ก่อสร้างในสมัยของแม่เจ้าบัวถามหายศปัญญา ภรรยาคนแรกของเจ้าพิริยเทพวงศ์ เจ้าหลวงเมืองแพร่องค์สุดท้าย และเป็นพี่สาวของพระยาบุรีรัตน์ ต่อมาตกทอดเป็นของผู้สืบเชื้อสาย ‘เจ้าพรหมสุนันตา วงศ์บุรี’ (หลวงพงษ์พิบูลย์) ภายในตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้ในอดีตที่ตกทอดสืบต่อมาหลายชั่วอายุคน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเรือน เตียงนอน ตู้ โต๊ะ เครื่องแป้ง เครื่องเงินต่างๆ คนโทถ้วยชาม กำปั่นเหล็ก แหย่งช้าง อาวุธโบราณ พระพุทธรูปสมัยเชียงแสนและสุโขทัย รวมถึงเอกสารสำคัญต่างๆ เช่น สัญญาบัตรที่ได้รับการโปรดเหล้าฯจากรัชกาลที่ 5 เอกสารซื้อขายทาสอายุกว่า 100ปี เอกสารการสัมปทานป่าไม้ ตั๋วรูปพรรณช้าง วัว เป็นต้น ด้วยคุณค่าแห่งศิลปะผสมผสานความงดงามลงตัว กอปรกับได้รับกาดูแลอย่างดีตลอดมา โดยทายาทบ้านวงศ์บุรี กระทั่งเมื่อปี พ.ศ.2536 เรือนหลังนี้ได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่น ของสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์

‘หอฝิ่น’ อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ

 2016-01-21 10:23:25

หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ เป็นศูนย์นิทรรศการแสดงประวัติความเป็นมาของฝิ่นเมื่อสมัยที่มีการใช้กันอย่างถูกกฎหมายและผลกระทบของการเสพติดฝิ่น อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นศูนย์ข้อมูลเพื่อการค้นคว้าวิจัยและการศึกษาต่อเนื่องในหัวข้อฝิ่น สารสกัดจากฝิ่นในรูปแบบต่างๆ และยาเสพติดในชนิดอื่นๆ ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเกี่ยวกับชีวประวัติบุคคล ประวัติและวิวัฒนาการ วิทยาศาสตร์ การแพทย์ หอฝิ่นจัดแสดงลำดับเรื่องราวของฝิ่น โดยเริ่มจากธรรมชาติวิทยาของฝิ่น การสืบประวัติการใช้ฝิ่นในยุคโบราณกลับไป 5,000 ปี ประวัติการแพร่กระจายของฝิ่นจากการค้าสมัยจักรวรรดินิยมเหตุการณ์พลิกประวัติศาสตร์ที่สร้างความอดสูแก่ผู้ชนะและผู้แพ้สงครามฝิ่น อันนำไปสู่การล่มสลายของราชวงศ์แมนจู ความชาญฉลาดของประเทศสยามในการเผชิญกับมหาอำนาจตะวันตกและการควบคุมปัญหาฝิ่น ยาเสพติดเริ่มใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันในรูปแบบของยามหัศจรรย์ หอฝิ่นได้นำเสนอสนธิสัญญาฝิ่น กฎหมายเกี่ยวกับฝิ่น องค์การที่แก้ไขปัญหานี้ ความขัดแย้งและการพัวพันอาชญากรรมผลกระทบที่เลวร้ายองยาเสพติดที่ทำให้ผู้เสพไม่สามารถต่อต้านได้มาตรการควบคุมและปราบปรามยาเสพติด และการศึกษาที่นำเสนอทางเลือก และโอกาสที่จะต่อสู้กับความเย้ายวนจากสารเสพติดหอฝิ่น การขายฝิ่น ชมภาพถ่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์เรื่องราวเกี่ยวกับฝิ่นและยาเสพติดจากหลายประเทศทั่วโลก

ศูนย์ผลิตตุ๊กตาเชียงใหม่

 2015-12-08 12:30:10

ศูนย์ผลิตตุ๊กตาเชียงใหม่(Chiangmai Doll Making Center) จัดแสดงนิทรรศการถาวร อาทิ วิถีชีวิตชาวขาเผ่าต่าง กลุ่มชนเผ่าชาวเขาเผ่าต่างๆ วัฒนธรรมและประเพณีการละเล่นของเด็กในสมัยก่อน เช่น ขี่ม้าก้านกล้วย เครื่องใช้พื้นบ้าน ผลงานศิลปะ ชุดนางรำ ชุดโขน นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงสิ่งของและวัตถุสะสม เช่น เครื่องมือการเกษตร,เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน,เครื่องแต่งกายและผ้าทอ,เครื่องจักสาน,ของสะสม และตุ๊กตาทั้งชนิดผ้า เซรามิก และพอสเลน และชิ้นพิเศษสุด คือ ชุดโขน ‘รามเกียรติ์’

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ดูทั้งหมด

โฮงมูนมังเมืองขอนแก่น

 2016-03-10 21:59:48

โฮงมูนมังเมือง หุ่นขี้ผึ้งพระสงฆ์บนอาสน์ใต้พญานาคไม้ตัวเขื่องที่ใช้เป็นรางสำหรับสรงน้ำพระในพิธีฮดทรงต้นแบบรางสรงน้ำใช้ในประเพณีสงกรานต์ของชาวขอนแก่น โมเดลจำลองพิธีทำขวัญข้าวหรือ แรกนาขวัญเป็นแนวคิดแปลงทดลองปลูกพืชของคนยุคนี้ หรือพิธีผูกเสี่ยว อุบายในการสานรักสามัคคีของชาวอีสาน เป็นหนึ่งในหลากประเพณีและพิธีกรรมที่ล้วนสะท้อนรากเหง้าความคิดที่เป็นกศโลบายที่ควรค่าแก่การสืบสานตำนานในอดีตที่เล่า ผ่านข้าวของเครื่องใช้ วิถีชีวิตประเพณี และวัฒนธรรมอันสะท้อนภูมิปัญญาพื้นถิ่นของคนเมืองขอนแก่นใน ‘โฮงมูนมัง’ คำว่า ‘โฮงมูนมัง’ เป็นภาษาอีสานแยกออกเป็น 2 คำ คือ ‘โฮง’ หมายถึง ห้องโถงหรือหอที่มีขนาดกว้างใหญ่และ ‘มูนมัง’ หมายถึง ทรัพย์สมบัติ, มรดก ‘โฮงมูนมังเมืองขอนแก่น’ จึงมีความหมายว่า ห้องที่เก็บรวยรวมทรัพย์สมบัติ ในที่นี้หมายถึงหอเก็บสมบัติ ที่เก็บรวบรวมเรื่องราวที่มาของเมืองขอนแก่น สิ่งส่องสะท้อนให้ผู้คนได้สัมผัสถึงสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวขอนแก่นนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ขอนแก่นเป็นเมืองที่มีมรดกทางวัฒนธรรม และความเจริญรุ่งเรืองมาตังแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ โดยยังคงปรากฏหลักฐาน เช่น ชุมชนโบราณที่เก่าแก่และมีขนาดใหญ่ที่สุดของเมืองไทย คือเมืองโบราณดง เมืองแอม, การขุดพบซากสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์อายุนับล้านปี นอกจากนี้ ขอนแก่นยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งภาคอีสานที่เป็นศูนย์กกลางของความเจริญในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา การเมืองการปกครอง ส่วนราชการ การพาณิชย์ การขนส่งและบริการ รวมถึงมีความพร้อมทางด้านสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและโบราณสถานอีกมากมาย โดยที่สำคัญชาวขอนแก่นยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามที่ยึดปฏิบัติสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน รู้หรือไม่ เมืองขอนแก่น เป็นเมืองที่ประวัติความเป็นมายาวนาน หลักฐานทางประวัติศาสตร์ปรากฏว่า สมัย พ.ศ. 2340 มีกลุ่มคนประมาณ 330 คนนำโดยท้าวเพียเมืองแพน อพยพมาจากบ้านชีโล้นแขวงเมืองสุวรรณภูมิ (ปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด) มาเลือกชัยภูมิบ้านบึงบอน (บ้านเมืองเก่า อำเภอเมืองของแก่น) เป็นที่ตั้งชุมชนใหญ่ โดยขออนุญาตและขอยกเป็นเมืองขอนแก่นจากพระยานครราชสีมา ซึ่งมีใบบอกไปยังกรุงรัตนโกสินทร์ สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มีพระบรมราชโองการยกฐานะบ้านบึงบอนเป็นเมืองขอนแก่นเมื่อ พ.ศ. 2340 ตั้งท้าวศักดิ์ ซึ่งเป็นท้าวเพีย เมืองแพนเป็นเจ้าเมืองคนแรก ห้ามว่า ‘พระนครศรีบริรักษ์บรมราชภักดี’ ชื่อ ขอนแก่นอาจจะมาจากคำว่า ‘ขามแก่น’ ซึ่งมีพระธาตุขามแก่นอยู่ในอำเภอน้ำพองจังหวัดขอนแก่น ห่างจากที่ตั้งเมืองขอนแก่นไปทางทิศตะวันออกเฉียง ประมาณ 26 กิโลเมตร ท้าวเพียเมืองแพน จึงได้นำชื่อ ‘ขามแก่น’ นั้นมาเป็นมงคลนามตั้งชื่อเมืองว่า ‘ขอนแก่น’

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย

 2015-12-11 11:34:13

ในปี พ.ศ. ๒๕๐๗ กรมศิลปากรได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลฝรั่งเศส ผ่านองค์การสนธิสัญญาป้องกันร่วมกันแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ส.ป.อ.) บูรณะปราสาทพิมายจนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๑๑ จึงเก็บรวมรวมโบราณวัตถุจากการขุดแต่งบูรณะปราสาทพิมาย การขุดแต่งบูรณะโบราณสถาน และการขุดค้นทางโบราณคดี ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษมาจัดแสดง พร้อมทั้งจัดทำป้ายคำบรรยายโบราณวัตถุ ณ หน่วยศิลปากรที่ ๖ ในลักษณะของพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง โดยตั้งชื่อว่าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย อยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร มีลักษณะเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สาขาประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ กรมศิลปากรได้แบ่งส่วนราชการภายในใหม่ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ ๙ นครราชสีมา กรมสิลปากร ในปี พ.ศ. ๒๕๓๒ กรมศิลปากรได้พัฒนาปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการพิพิธภัณฑสถานวิทยา โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากโครงการน้ำพระทัยจากในหลวงหรือโครงการอีสานเขียว ก่อสร้างอาคาร ๓ หลังเชื่อมต่อกัน พร้อมทั้งจัดแสดงโบราณวัตถุและปรับปรุงภูมิทัศน์ แล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. ๒๕๓๖ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๓๖ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย แห่งนี้นับว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงถูกต้องตามหลักวิชาการและได้มาตรฐานสากลแห่งหนึ่งในประเทศไทย

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์

 2015-12-13 18:09:46

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมหาวีรวงศ์ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ถือกำเนิดจากการรวบรวมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโส) อดีตพระเถระสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือขณะดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดสุทธิจินดา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยพระองค์ได้สะสมโบราณศิลปวัตถุจากจังหวัดต่างๆ ต่อมา ท่านได้มอบสิ่งของให้กับกรมศิลปากร เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนผู้สนใจชม ในพ.ศ.2497 กรมศิลปากรได้สร้างอาคารชั้นเดียวทรงไทยประยุกต์ขึ้น หลัง ภายในพื้นที่ของวัดสุทธจินดา จัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขึ้นซึ่งนอกจากจะจัดแสดงของ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์รวบรวมไว้แต่เดิมแล้ว ยังจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุที่ได้จากแหล่งโบราณคดี โบราณสถานในจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งสิ่งของที่ประชาชนบริจาคให้เพิ่มเติมในภายหลังด้วย และตั้งชื่อพิพิธภัณฑสถานฯ ที่สร้างขึ้น เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ริเริ่มก่อตั้งว่า ‘พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมหาวีรวงศ์’

พิพิธภัณฑ์บ้านอีสาน

 2015-12-14 21:19:55

แหล่งรวบรวมข้อมูลและจัดแสดงสภาพชีวิต ความเป็นอยู่สภาพสังคมและวัฒนธรรมของชาวอีสาน ตามแนวคิดการศึกษาที่สมบูรณ์จะต้องสร้างความสัมพันธ์ที่สมดุลกันระหว่างวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยแบ่งออกเป็นบริเวณต่างๆ ได้แก่ หมู่บ้านอีสาน โรงเกวียน เถียงนา กองฟาง โรงแสดงกลางแจ้ง และบริเวณที่พักภายในบริเวณหมู่บ้านอีสาน จัดแสดงความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบของเรือนอีสานกับวิถีชีวิตระบบ ครอบครัว เครือญาติ เศรษฐกิจ ความเชื่อทางศาสนา ฯลฯ ภายในเรือนอีสานแต่ละหลังได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวอีสาน รวมทั้งข้อมูลที่แสดงความสัมพันธ์กับการใช้ประโยชน์ และความเชื่อในการใช้พันธุ์ไม้ของชาวอีสาน พิพิธภัณฑ์บ้านอีสาน ก่อตั้งขึ้นจากโครงการน้ำพระทัยจากในหลวงหรือโครงการอีสานเขียว เทื่อพ.ศ. 2531 บนเนื้อที่ 150 ไร่ หนึ่งในโครงการของสถาบันวิจัยรุกขเวชมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อศึกษาปฏิบัติการด้านสังคมศาสตร์ เกี่ยวกับวิถีชีวิต สังคม-วัฒนธรรมอีสานในรูปแบบวัฒนธรรมท้องถิ่นควบคู่กันกับการศึกษาปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์เรื่องพืชสมุนไพรปละพันธุ์ไม่ไผ่ในเอเชีย โดยจำลองวิถีต่าง ของชาวอีสาน ตั้งแต่เรือนเย้า เรือนผู้ไท และเรือนอีสาน ภายในบ้านจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ประจำวันของคนอีสาน นำเสนอสภาพชีวิตของสังคมและวัฒนธรรมอีสานที่ดำรงอยู่ด้วยข้าวและน้ำด้วยเหตุผลอีสานเป็นสังคม เกษตรกรรมทำนา ที่จำเป็นต้องอาศัยน้ำเป็นหลัก และยังเชื่อมโยงไปสัมพันธ์กับวิถีการดำรงชีวิตที่ผู้คนจะต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องปลาพืชพันธุ์ไม้ ป่า และรวมทั้งเกลือด้วย

ภาคกลาง

ดูทั้งหมด

พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย

 2016-01-21 10:20:45

หอภาพยนตร์แห่งชาติ ได้เลือกอาคารโรงถ่ายภาพยนตร์เสียงกรุงศรีของพี่น้องตระกูล ‘วสุวัต’ ผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมภาพยนตร์สำคัญของประเทศ เป็นต้นแบบในการสร้าง อาคารพิพิธภัณฑ์ นอกจากเป็นอาคารโรงถ่ายภาพยนตร์เสียงมาตรฐานแห่งแรกของประเทศแล้ว ยังเป็นอาคารที่มีความงดงามสมบูรณ์ทางสถาปัตยกรรมการออกแบบโดย โปรเฟสเซอร์ อี มันเฟรดี สถาปนิกชาวอิตาลี ซึ่งเข้ารับราชการอยู่ในกรมศิลปกร ก่อสร้างสำเร็จและเปิดใช้เมื่อพ.ศ.2478 อยู่กลางทุ่งบางกะปิ ริมถนนกรุงเทพ-สมุทรปราการ ซึ่งต่อมาคือบริเวณปากซอยอโศก ถนนสุขุมวิท พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย จัดแสดงนิทรรศการชีวประวัติบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับวงการภาพยนตร์ของประเทศไทย เช่น พระเจ้าบรมวงศ์หรือรัตน์ เปสตันยี ประวัติและวิวัฒนาการ หนึ่งศตวรรษภาพยนตร์ในประเทศไทย การละเล่น หนังตะลุง หนังใหญ่ ถ้ำมอง การกำเนิด ภาพยนตร์ในประเทศไทย เรื่อยมาจนถึงมุมมองของภาพยนตร์ไทยในปัจจุบัน ผลงานศิลปะ จัดแสดงภาพ โปสเตอร์ ใบปิดหนังและแผ่นเสียงภาพยนตร์ในยุคเก่า เทคโนโลยีและจักรกลอุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ วิวัฒนาการของเครื่องมือต่างๆ จัดแสดงนิทรรศการภาพยนตร์ไทยในรอบร้อยปี โดยจัดแสดงด้วยข้อความ ภาพถ่าย ภาพเขียน หุ่นจำลอง เสียง วัตถุสิ่งของ วีดีทัศน์ โดยจัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับมหรสพของไทยที่มีมาก่อน- ภาพยนตร์ ควบคู่ ไปกับการละเล่นของชาวตะวันตก เช่น ตะเกียงวิเศษ ก่อนจะพัฒนามาเป็นถ้ำมอง เรื่อยมาจนถึงเรื่องคนไทยที่ได้ชมภาพยนตร์ครั้งแรกคือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จกรุงเบริ์น เมื่อ พ.ศ.2440, การฉายภาพยนตร์ครั้งแรกในสยามเมื่อ 10 มิถุนายน พ.ศ.2440, คนไทยถ่ายภาพยนตร์ครั้งแรก คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าทองแถม ถวัลย์วงศ์ พ.ศ.2433, การจัดตั้งโรงภาพยนตร์ถาวรแห่งแรกคือโรงหนังญี่ปุ่น เมื่อ พ.ศ.2448 เป็นต้น หอเกียรติยศ จัดตกแต่งเป็นฉากการถ่ายทำภาพยนตร์ไทยที่สำคัญ เช่น เรื่องโรงแรมนรก,แม่นาคพระโขนง,กล่อง,ตลก 69,หุ่นมิตร ชัยบัญชา ในฉากสุดท้ายของชีวิต เป็นต้น รวมถึงส่วนของนิทรรศการที่นำเสนอเรื่องราวขั้นตอนต่างๆในการผลิตภาพยนตร์ที่น่าสนใจ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง

 2016-01-21 10:22:48

สิงห์สำริด เป็นศิลปะทันสมัยทวารวดี สร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 – 14 (ราว 1,200 – 1,300 ปีมาแล้ว) มาจากคติความเชื่อที่ว่าสิงโตเป็นสัตว์สำคัญ ที่ปรากฏในงานศิลปะมาตั้งแต่สมัยทวารวดีจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลทางศิลปะจากประเทศอินเดีย เนื่องจากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาปรากฏสัตว์ดังกล่าวอยู่ในธรรมชาติ สิงโตสำริดชิ้นนี้เป็นของหายาก นอกจากจะมีขนาดเล็กและหล่อด้วยโลหะสำริดแล้ว ฝีมือในการปั้นยังแสดงถึงอารมณ์ และลักษณะที่เป็นธรรมชาติ ถือเป็นโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยมอีกชิ้นหนึ่งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา

 2015-12-08 11:09:49

ในปีพ.ศ.2499 – 2500 กรมศิลปากรได้ดำเนินการขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานต่างๆในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้พบโบราณวัตถุศิลปวัตถุจำนวนมาก เช่น เครื่องทองคำ พระพุทรูป พระพิมพ์ กรมศิลปากรจึงได้ดำเนินการสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขึ้น เพื่อรวบรวมสงวนรักษาโบราณศิลปวัตถุอันล้ำค่าดังกล่าว โดยใช้เงินที่ประชาชนบริจาคและของรับพระพิมพ์ที่ขุดพบในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะเป็นการสมนาคุณจึงให้ชื่อพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินี้ว่า “ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา” เพื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระเกียรติและพระบรมราชานุสรณ์แด่สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) ซึ่งทรงสถาปนาวัดราชบูรณะเมื่อพ.ศ. 1967 และเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2504 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นทางการ ต่อมากรมศิลปากรได้ปรับปรุงกิจการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา โดยสร้างอาคารเพิ่มขึ้นอีก 1 หลัง เป็นอาคาร 2 ชั้น และนายสุกิจ นิมมานเหมินทร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2513

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย

 2015-12-08 11:40:40

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยเกิดจากแรงดลใจของผู้สร้างสรรค์กลุ่มหนึ่ง นำโดยอาจารย์ดวงแก้ว พิทยากรศิลป์ ซึ่งต้องการส่งเสริม เผยแพร่ และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีไทย อันจะเป็นประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าของเยาวชนในการสร้างสรรค์หุ่นขี้ผึ้งไทยตามแบบของมาดามทูโซ แต่การดำเนินงานสร้างหุ่นขี้ผึ้งต้องประสบปัญหามากมาย เช่น สภาวะอากาศของประเทศไทยไม่เหมาะสมกับการสร้างหุ่นขี้ผึ้ง เนื่องจากมีอุณหภูมิร้อน ความชื้นสูง รวมทั้งมีฝุ่นละอองมาก จึงได้รับการพยายามคิดค้นหาวัสดุอื่นที่จะนำมาใช้แทนขี้ผึ้ง กระทั้งค้นพบว่า ‘ไฟเบอร์กลาส’ มีความเหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะมีความคงทนถาวรมาก รวมทั้งให้ความรู้สึกนุ่มนวลสวยงามมากกว่าขี้ผึ้ง หุ่นขึ้ผึ้งไฟเบอร์กลาสรูปแรก คือหุ่นขึ้ผึ้งรูปพระราชสังวราภิมณฑ์(หลวงปู่โต๊ะ อินทสุวณฺโณ) วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพฯ และมีหุ่นขี้ผึ้งบุคคลสำคัญต่างๆ อีกมากมาย

ภาคตะวันออก

ดูทั้งหมด

พิพิธภัณฑ์ริบลีส์ เชื่อหรือไม่! พัทยา

 2016-01-21 12:48:59

พิพิธภัณฑ์รวบรมเรื่องแปลกพิสดาร เหลือเชื่อ จากทั่วทุกมุมโลก ก่อขึ้นตั้งโดย ‘มิสเตอร์ โรเบิร์ท ริบลีส์’ เจ้าของฉายา ‘เชื่อหรือไม่กับริบลีส์’ ที่ถ่ายทอดเรื่องราว แปลกพิสดาร ออกมาเป็นการ์ตูนจนแพร่หลาย และได้รับความนิยมจากคนนับล้านทั่วโลก เรื่องราวของโรเบิร์ท ริบลีส์ นั้นเป็นชีวิตที่โลดโผนอย่างเหลือเชื่อกว่า 40 ปี เขาใช้ชีวิตเดินทางไปทั่วโลก ไม่ว่าจะไปที่ใด เขาเฝ้าค้นหาสิ่งแปลกๆ มหัศจรรย์ ไม่ธรรมดา เพื่อถ่ายทอดออกมาเป็นบทความ และการ์ตูนยอดนิยมที่ปรากฏอยู่ตามหน้าหนังสือพิมพ์กว่า 300 ฉบับทั่วโลก และได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ กว่า 17 ภาษา แต่สิ่งมหัศจรรย์กว่านั้น คือ ริบลีส์ต้องค้นหาเรื่องเชื่อหรือไม่อย่างน้อย 1 เรื่องต่อวัน เป็นเวลากว่า 30 ปี หลายๆ ครั้งมีคนถามริบลีส์ว่าเขาค้นพบสิ่งของและเรื่องราวแปลกประหลาดที่ดูจะมีมากมายไม่มีวันหมดได้อย่างไร และที่ไหนบ้าง เขาตอบเพียงง่ายๆ ว่า ‘พบได้ทุกแห่ง และทุกเวลา’ ริบลีส์เสียชีวิตในขณะที่เขาอายุได้เพียง 55 ปี แต่นั้นไม่ได้ทำให้ภารกิจของเขาจบลง ปัจจุบันองค์กรที่เขาจัดตั้งขึ้นเมือครั้งยังมีชีวิตอยู่ยังคงสานต่อภารกิจรวบรวมเรื่องแปลกมหัศจรรย์ต่างๆ รวมถึงทำหน้าที่รวบรวมของสะสม ของแปลกประหลาดของเขา และจัดแสดงขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ ‘เชื่อหรือไม่’ แห่งแรกที่เซนต์ออกุสทิน รัฐฟลอริดา ซึ่ง ‘โรเบิร์ท ริบลีส์’ เองก็กลายเป็นหนึ่งสิ่งมหัศจรรย์ในพิพิธภัณฑ์นี้ไปโดยบริยาย ทุกวันนี้พิพิธภัณฑ์ ริบลีส์ เชื่อหรือไม่! มีทั้งหมด 30 สาขาทั่วโลกสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับในประเทศไทย พิพิธภัณฑ์ ริบลีส์ เชื่อหรือไม่! ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ.2538 ตั้งอยู่ชั้น 3 ของศูนย์การค้ารอยัลการ์เด้นพลาซ่า (เลียบชายหาดพัทยาใต้) เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลมหาวิทยาลัยบูรพา

 2015-12-11 12:37:52

สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา ได้รับการพัฒนามาจาก “พิพิธภัณฑ์สัตว์และสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม” ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2512 โดยคณะอาจารย์ภาควิชาชีววิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน (วิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสนเดิม) เพียง 2 – 3 คน และคณะนิสิตอีกจำนวนหนึ่ง โดย ดร.บุญถิ่น อัตถากร อดีตอธิบดีกรมการฝึกหัดครู และอดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้สนับสนุนการดำเนินการโครงการดังกล่าว พิพิธภัณฑ์สัตว์และสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม เปิดให้ประชาชนเข้าชมอย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2513 และในวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2519 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน ได้กราบทูลเชิญสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ทรงประกอบพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์สัตว์และสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม พิพิธภัณฑ์สัตว์ และสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นลำดับ จนไม่สามารถขยายออกไปได้อีก ทั้งนี้เนื่องจากตัวอาคารมีขนาดจำกัด และไม่ได้ออกแบบไว้สำหรับการนี้โดยตรงเพื่อเป็นการขยายกิจการของพิพิธภัณฑ์สัตว์ และสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นกว่าเดิมทางมหาวิทยาลัยโดยการนำของ ดร.ทวี หอมชง และคณะได้จัดทำโครงการขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลญี่ปุ่น เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2523 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่า ในการจัดตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ทางทะเลเป็นมูลค่า 230 ล้านบาท โดยเริ่มก่อสร้างในวันที่ 1 ธันวาคม 2524 ณ บริเวณด้านหน้าของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตบางแสน ในเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเสด็จมาทรงวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2525 การก่อสร้างแล้วเสร็จ และมีพิธีมอบให้แก่มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2526 สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลมีหน่วยงานภายในทั้งหมด 7 ฝ่าย โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องการงานบริหาร 1 ฝ่าย งานด้านวิจัย 2 ฝ่าย และงานด้านบริการวิชาการสู่สังคม 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม ฝ่ายพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล และฝ่ายบริการวิชาการ จากนั้นศูนย์วิทยาศาสตร์ทางทะเล ได้จัดทำโครงการเพื่อยกฐานะเป็นสถาบัน และได้รับอนุมัติให้เป็นสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2528

เมืองจำลอง พัทยา

 2015-12-15 17:06:13

ศูนย์ศึกษาเมืองจำลองมีการริเริ่มโครงการตั้งแต่ปีพ.ศ. 2528 เริ่มงานก่อสร้างในพ.ศ. 2539 โดยสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยชิ้นแรก มีพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ ภายใต้ความคิดของคุณเกษม เกษมเกียรติกุล ซึ่งมีความสนใจในงานด้านศิลปกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรม จึงได้จำลองสถานที่และสถาปัตยกรรมที่สำคัญๆทั้งในต่างประเทศ และในประเทศไทยในมาตราส่วน 1 : 25 และ 1 : 5 ในบางโมเดล เพื่อแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมในที่เดียวกัน โดยยังคงรักษารายละเอียดไว้ได้เหมือนสถานที่จริง เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวตั้งแต่พ.ศ. 2530 เป็นต้นมา

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี จันทบุรี

 2015-12-15 20:08:49

เป็นพิพิธภัณฑ์โบราณคดีใต้น้ำแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทยที่เก็บรักษาโบราณวัตถุใต้ท้องทะเลไว้นับหมื่นชิ้น ส่วนใหญ่เป็นโบราณวัตถุจากแหล่งเรือจมในอ่าวไทย รวมถึงโบราณวัตถุที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดีในเขตจังหวัดจันทบุรี กว่า 33 ปีเต็ม หลังการจับกุมชาวต่างชาติที่เข้ามาทำการลักลอบงมโบราณวัตถุใต้ทะเลบริเวณอ่าวไทยนับเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ทำให้มีการศึกษาค้นคว้าวิจัย และดำเนินงานสำรวจขุดค้นแหล่งโบราณคดีใต้น้ำ มรดกทางวัฒนธรรมของชาติอีกมุมหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ท้องทะเล หลักฐานสำคัญที่จะช่วยในการค้นหาความเป็นมาและบอกเล่าถึงเรื่องราวทางเศรษฐกิจ การพาณิชย์นาวีในอดีต การจัดแสดงแบ่งออกเป็น 6 ห้องได้แก่ ห้องจัดแสดงสินค้าและวิถีชีวิตชาวเรือ ซึ่งจะจัดแสดงการพาณิชย์นาวีในสมัยโบราณ เส้นทางการเดินเรือ เมืองท่าโบราณจัดแสดงของมีค่าที่ถูกค้นพบจากแหล่งเรือจมบริเวณอ่าวไทย อาทิ กำไลทองคำประดับอัญมณี จี้ทองคำฝังทับทิม ต่อมาจะเป็นห้องแนะนำปฏิบัติการโบราณคดีใต้น้ำ จัดแสดงเรื่องราว เทคนิคการทำงาน ของโบราณคดีใต้น้ำ โดยจำลองสภาพจริงของแหล่งโบราณคดีใต้น้ำ วิธีการทำงาน ตลอดจนเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในการปฏิบัติงานจริงนอกจากนี้ ยังมีห้องคลังเก็บโบราณวัตถุ,ห้องแสดงเรือและชีวิตชาวเรือ,ห้องของดีเมืองจันท์ และห้องบุคคลสำคัญ ซึ่งจัดแสดงพระราชประวัติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่เกี่ยวข้องกับการทำสงคราม คราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2,เส้นทางเดินทัพเมื่อคราวมารวมพลที่จันทบุรีเพื่อเชิดชูพระมหาวีรกรรมของพระองค์

ภาคตะวันตก

ดูทั้งหมด

จิปาถะภัณฑสถานบ้านคูบัว

 2015-12-08 11:14:34

จิปาถะภัณฑสถาน เป็นอาคารสองชั้นภายในมีห้องจัดแสดง 5 ห้องหลัก ทางเข้าอยู่บริเวณชั้นบนของอาคาร เมื่อเดินเข้ามาจีบันไดเดินลงทางขวามือ เพื่อเริ่มชมห้องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สมัยทวารวดีจัดแสดงวัตถุผสมผสานไปกับการจำลองบรรยากาศของโบราณสถาน จากนั้นเดินต่อเข้าไปที่ห้องวิถีชีวิตชาวนาไท-ยวน จำลองบรรยากาศให้เสมือนอยู่ภายในเรือนของชาวไท-ยวน จัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องการเกิดของเด็ก แม่ต้องอยู่ไฟ การทำครัว และลักษณะครอบครัวชนบท จำลองการถนาการกว่านและกระบวน การผลิตก่อนที่จะมาเป็นข้าว และการบูชาพระแม่โพสพ บนชั้นสองจัดแสดงในส่วนของชาวไท-ยวน ตั้งแต่เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมความเป็นอยู่ การแต่งกาย อุปกรณ์ทอผ้า ถัดมาเป็นการแสดงผ้าจก และห้องจัดแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในจังหวัดราชบุรี

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง

 2015-12-08 11:21:24

วัดม่วงเป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งในชุมชนบ้างม่วงตั้งอยู่ริมแม่น้ำกลองฝั่งตะวันตกมีประวัติบอกไว้ในคัมภีร์ใบลานเขียนด้วยอักษรมอญว่าอยู่ในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยามีอายุกว่า 300ปีมาแล้ว ด้วยความตระหนักในคุณค่าเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของบรรพบุรุษและวัฒนธรรมของชาวบ้านม่วง เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน คือ พระครูวรธรรมพิทักษ์หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า อาจารย์ลม(ลม คชเสนีย์) และชาวบ้านทั้งหลายจึงได้พยายามเก็บรบรวมสิ่งของที่สะท้อนถึงความเป็นมาและขนบประเพณีของชุมชน เช่น คัมภีร์และผ้าห่อใบลานจำนวนหลายพันชิ้น เครื่องมือเครื่องใช้ ศิลปวัตถุที่พบในเขตลุ่มน้ำแม่กลอง เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และเครื่องใช้ในดารประกอบอาหารการกินที่สะท้อนวิถีชีวิตในอดีตที่ผูกพันกับประเพณีความเชื่อ และการทำมาหากินของชีวิตชาวนาจุดประกายให้เกิดความคิดทำพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านขึ้นมา พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง เน้นความเรียบง่าย แต่มีความหมายต่อการศึกษาประวัติศาสตร์วัฒนธรรมท้องถิ่นของชุมชน จัดแสดงนิทรรศการวิถีชีวิตของชาวไทยรามัญ กลุ่มชนเผ่าของชาวไทยรามัญ วัฒนธรรมและประเพณี ของชาวเมืองอุบลราชธานีตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และภูมิปัญญาท้องถิ่นต่างๆ มีการบรรยายถึงมอญในตำนานความเป็นมาของชนชาติมอญ มอญในทางประวัติศาสตร์ เรื่องราวของมอญในสมัยต่างๆ เช่น ยุครามัญประเทศ มอญยุคผู้ชนะสิบทิศ มอญอพยพ เส้นทางการอพยพของขาวมอญ โดยแสดงระลอกของการอพยพ สำคัญ 9 ครั้งตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งการอพยพทั้ง 9 ครั้งนี้ทำให้ประชากรชาวมอญเป็นประชากรส่วนสำคัญของประเทศไทย จัดแสดงสิ่งของและวัตถุสะสม เช่น เครื่องปั้นดินเผา โบราณวัตถุเอกสารโบราณ เครื่องไม้ เครื่องใช้ในการศาสนา อาวุธ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน

อุทยานวิทยาศาสตร์ พระจอมเหล้า ณ หว้ากอ ประจวบคีรีขันธ์

 2015-12-08 11:25:26

หว้ากอในอดีต เป็นชื่อหมู่บ้านเล็ก ๆ ในตำบลคลองวาฬ ห่างจากตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 15 กม.ความสำคัญของหมู่บ้านนี้เคยเป็นสถานที่ที่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้ทรงคำนวณไว้ว่าจะเกิด สุริยุปราคาเต็มดวง สามารถมองเห็นได้ ชัดเจนที่นี่ ในวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 ทั้งยังเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตร สุริยุปราคา ณ ที่แห่งนี้ ต่อมา คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2532 ให้ดำเนินการโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ และเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2533 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานนามว่า “อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว่ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศจัดตั้งขึ้นเป็นสถานศึกษาเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2536 ปัจจุบันสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดตั้ง เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้ทรงเป็น "บิดาแห่ง วิทยาศาสตร์ไทย" ซึ่งมีบทบาทในการ พัฒนาขีดความสามารถ ทางด้าน วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีของประเทศดังนี้ 1.ปลูกฝังความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและความภาคภูมิใจในพระ อัจฉริยภาพแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะเป็น พื้นฐาน ให้คนรุ่นหลังเกิดความสนใจในศักยภาพของชนชาติไทย ที่จะ พัฒนา เกียรติประวัติ ทางด้าวิทยาศาสตร์ให้ก้าวหน้าสืบไป 2.เป็นศูนย์กลางจัดกิจกรรมทางการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อม ดาราศาสตร์ อวกาศ เทคโนโลยี และพลังงาน เพื่อส่งเสริมคุณภาพการเรียน การสอนตามหลักสุตร เพื่อพัฒนา พื้นฐานความรู้ความเข้าใจ และเพื่อเผยแพร่วิทยาการ ที่จะเป็น ประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป 3.เป็นศูนย์ฝึกอบรมครูอาจารย์และบุคลากรการศึกษาทั้งใน ระบบและนอก ระบบโรงเรียน 4.เป็นศูนย์การศึกษาและวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล ธรรมชาติวิทยาและเทคโนโลยีที่เหมาะสมดาราศาสตร์และพลังงาน 5.เป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า

 2016-03-10 22:04:55

ในเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างปีพ.ศ. 2484 – 2488 กองทัพญี่ปุ่นต้องการยึดประเทศพม่าจึงสร้างทางรถไฟจากสถานีชุมทางหนองปลาดุกผ่านจังหวัดกาญจนบุรี เลียบริมแม่น้ำแควน้อยไปยังด่านเจดีย์สามองค์ เพื่อออกสู่เมืองมะละแหม่งประเทศพม่า ในระหว่าง พ.ศ. 2486 – 2487 เชลยศึกผู้หนึ่งจากประเทศอินโดนีเซียชื่อ Dr.H.R VAN HEEKEREN นักโบราณคดี ชาวฮอลันดา ได้พบเครื่องมือหินจำนวน 8 ชิ้น บริเวณสถานีรถไฟ เมื่อสงครามยุติจึงนำเครื่องมือหินที่พบไปศึกษาที่พิพิธภัณฑ์พีบอดี้ ( Peabody Museum) มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้ทราบว่าเป็นเครื่องมือหินกะเทาะสมัยหินกลาง (Mesolithic) และขวานหินขัดสมัยหินใหม่ (Neolithic) ต่อมาในพ.ศ. 2499 ศาสตราจารย์โมเวียส ได้ส่งศิษย์ชื่อ คาล.จี.ไฮเดอร์ ทำการสำรวจร่วมกับศาสตราจารย์ชิน อยู่ดี จากบริเวณบ้านเก่า จนถึงตำบลวังโพ รวมระยะทางประมาณ 26 ก.ม. และสำรวจ “ แหล่งนายบางนายลือ ” พบเครื่องมือเครื่องใช้ยุคก่อนประวัติศาสตร์จำนวนมากเช่นกัน ในระหว่างพ.ศ. 2503 – 2505 ดังนั้นกรมศิลปากรร่วมกับสถานทูตเดนมาร์กได้ทำการสำรวจและขุดค้นแหล่งโบราณคดีต่างๆ ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อยและแควใหญ่ในจังหวัดกาญจนบุรีและที่ตำบลบ้านเก่า พบโครงกระดูกมนุษย์สมัยหินใหม่จำนวน 44 โครง ในปีพ.ศ. 2507 จึงได้ก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ เพื่อเก็บรวบรวมโบราณวัตถุและในพ.ศ. 2515 ได้ปรับปรุงการจัดแสดงนิทรรศการและเปิดให้ประชาชนเข้าชม โดยใช้ชื่อว่า พิพิธภัณฑ์ก่อนประวัติศาสตร์บ้านเก่า และในวันที่ 27 สิงหาคม 2522 กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาจัดตั้งเป็น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า กาญจนบุรี และในวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2531 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนิน ทรงนำคณะนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ทัศนศึกษาพิพิภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า กาญจนบุรี เป็นครั้งแรก

ภาคใต้

ดูทั้งหมด

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสตูล (คฤหาสน์กูเด็น)

 2018-02-09 10:40:45

คฤหาสน์กูเด็น ชาวบ้านเรียกคฤหาสน์หลังนี้ว่า ‘ศาลากลางเก่า’ เป็นสถาปัตยกรรมยุโรปแบบโคโรเนียล รูปทรงเป็นอาคารตึก 2 ชั้น ตัวอาคารเป็นแบบตะวันตก หลังคาทรงปั้นหยา ประตูหน้าต่างรูปโค้งแบบสถาปัตยกรรมโรมัน หลังคาแบบไทย บานหน้าต่างเป็นแผ่นไม้ชิ้นเล็กๆ เป็นเกล็ดแนวนอน หลังคากระเบื้องดินเผารูปกาบกล้วย ช่องลมหน้าบันตกแต่งรูปดาวสถาปัตยกรรมแบบอิสลาม คฤหาสน์กูเด็น เดิมเป็นจวนของอำมาตย์ตรี พระยาภูมินารถภักดี (กูบารูเด็น บินตำมะหง) เจ้าเมืองสตูล สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวระหว่าง พ.ศ.2411 – 2459 โดยพระยาภูมินารถภักดี หรือ ตวนกูบาฮารุตดิน บินตำมะหง เจ้าเมืองในสมัยนั้น สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คราวเสด็จปักษ์ใต้ แต่มิได้ประทับแรม ต่อมาจึงใช้เป็นบ้านพักและศาลาว่าการเมืองสตูล กระทั่งในสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ.2484) อาคารหลังนี้ใช้เป็นกองบัญชาการทหารญี่ปุ่นหลังจากนั้น ในพ.ศ.2537 กรมศิลปากรได้บูรณะปรับปรุงอาคารคฤหาสน์กูเด็น และดำเนินการจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำเมืองมาตั้งแต่ พ.ศ.2540 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสตูลแบ่งพื้นที่จัดแสดงเรื่องราวภูมิหลังเมืองสตูลด้านต่างๆ อาทิ สภาพภูมิศาสตร์ ธรณีวิทยา เรื่องราวสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เหตุการณ์สำคัญของชาวซาไก เรื่องราวของเกาะตะรุเตา รวมถึงโบราณวัตถุที่พบจากแหล่งโบราณคดีในจังหวัดสตูล

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำราชมงคลศรีวิชัย

 2016-03-10 21:46:47

โชว์ความสามารถของสัตว์โลกแสนรู้ น่ารัก สัตว์ไร้เดียงสาที่สามารถสร้างรอยยิ้ม ความสนุก และความประทับใจให้ผู้คนจนยากที่จะลืมเลือน และนี่คือสถานแสดงความสามารถแมวน้ำแห่งที่ 3 ของประเทศไทย ไฮไลต์ของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำราชมงคล จังหวัดตรัง สถานที่จัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืด น้ำเค็มเพื่อประโยชน์แก่การศึกษาส่งเสริมการท่องเที่ยวของท้องถิ่นและประเทศ รวมถึงสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง สถานบันเทคโนโลยีราชมงคล การจัดแสดงแบ่งออกเป็นสองส่วน 1 คือส่วนในสถานแสดงพันธุ์น้ำมากกว่า 60 ตู้ เช่น ปลาการ์ตูน ปลาดาว ปลาไหลไฟฟ้า ปลาปักเป้ากล่อง ปลาสินสมุทร เป็นต้น รวมถึงมีบ่อแสดงกลางแจ้งที่จะจัดแสดงทั้งสัตว์น้ำจืด สัตว์ทะเลที่พนในเขตน้ำขึ้นน้ำลงและทะเลน้ำลึกจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลกที่พบในเขตร้อน นอกจากนี้ ยังมีห้องปฏิบัติการวิจัยทรัพยากรทางน้ำ ซึ่งเป็นสถานที่ค้นคว้าวิจัยด้านทรัพยากรทางน้ำรวมถึงอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำรวมทั้งมีร้านอาหารและร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกไว้คอยบริการอีกด้วย

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร

 2016-01-21 12:48:12

ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ และความเหมาะสมหลายประการ สำนักผังเมือง กระทรวงมหาดไทย จึงได้มีหนังสือเชิญชวนให้กรมป่าไม้ ร่วมเสนอข้อคิดเห็นในการจัดทำผังเมืองชุมพร เมื่อปี พ.ศ. 2529 และดำเนินการสำรวจสภาพทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดชุมพร ผลการสำรวจปรากฏว่า จังหวัดชุมพรมีทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย เช่น ป่าชายเลน ป่าไม้ สัตว์ป่า สัตว์ทะเล แนวปะการัง ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ และสภาพธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นชายหาดและเกาะทียังคงความงดงามสมควรจะได้มีการกำหนดพื้นที่บริเวณที่เหมาะสม เพื่อประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์และคุ้มครอง ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการนันทนาการของประชาชน และเป็นแหล่งความรู้เพื่อประโยชน์ในการวิจัยในเชิงวิชาการ และการเผยแพร่แก่ผู้ที่สนใจ ต่อมาในปี พ.ศ. 2532 กรมป่าไม้สั่งการให้กองอุทยานแห่งชาติ (เดิม) ดำเนินการสำรวจเพิ่มเติม เพื่อเตรียมการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ กองอุทยานแห่งชาติได้จัดตั้งสำนักงานชั่วคราวบริเวณลานชมวิวเขาเจ้าเมืองในระยะนี้ใช้ชื่อว่า “อุทยานแห่งชาติหาดทรายรี” และดำเนินการต่อเนื่อง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2540 จึงได้ย้ายที่ทำการชั่วคราวมาอยู่ที่บริเวณปากคลองท่าจระเข้และดำเนินการต่อเนื่องมา กระทั่งเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2542 จึงได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติอย่างสมบูรณ์ตาม “ พระราชกฤษฎีกากำหนดที่ดินป่าเลนอ่าวทุ่งคา ป่าอ่าวสวี และเกาะต่าง ๆ ในท้องที่ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว ตำบลปากน้ำ ตำบลท่ายาง ตำบลหาดทรายรี ตำบลทุ่งคา ตำบลวิสัยเหนือ อำเภอเมืองชุมพร ตำบลวิสัยใต้ ตำบลด่านสวี ตำบลท่าหิน อำเภอสวี ตำบลปากตะโก อำเภอทุ่งตะโก ตำบลบางน้ำจืด อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ” โดยประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา ฉบับพระราชกฤษฎีกา เล่ม 116 ตอนที่ 9ก ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2542 และได้เปลี่ยนชื่อเป็น “อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร”

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ชุมพร

 2015-12-13 20:26:08

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติชุมพร เป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติประจำเมืองชุมพรที่ก่อตั้งขึ้นโดยดำริของผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร (นายประยูร พรหมพันธ์) เมื่อราวปี พ.ศ. 2537 จังหวัดชุมพรได้มอบที่ดินแก่กรมศิลปากรเพื่อใช้ในการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์สถานจำนวน 7 ไร่ โดยอธิบดีกรมศิลปากร (นายสมคิด โชติถวณิชย์) ได้ดำเนินการโดยกำหนดเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ในโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติประจำเมืองตามมติของคณะรัฐมนตรี พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติชุมพร ได้ประกาศกำหนดสถานที่จัดตั้งพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 15 ตอนที่ 104 ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2541 และได้เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 เมษายน 2542

กรุงเทพมหานคร

ดูทั้งหมด

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์

 2017-08-30 13:13:27

ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี เป็นชาวอิตาเลียน เดิมชื่อ คอร์ราโด เฟโรจี เกิดที่เมืองฟลอเรนซ์ ได้รับเลือกมาเป็นช่างปั้นกรมศิลปากรในรัชกาลที่ 6 พ.ศ.2466 ซึ่งศิลปะของชาวไทยในยุคนั้นยังเป็นแบบประเพณี(เช่นลายไทย) ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ออกแบบและสร้างประติมากรรมอนุสาวรีย์ส่วนใหญ่ในประเทศไทย เป็นผู้วางรากฐานการศึกษาศิลปะสมัยใหม่ของไทยให้ทัดเทียมศิลปะสากล ด้วยการริเริ่มก่อตั้งโรงเรียนศิลปากร มหาวิทยาลัยศิลปากรและโรงเรียนศิลปศึกษา (ช่างศิลป) ริเริ่มจัดงานแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ผลงานบทความทางศิลปะที่มีคุณค่าต่อวงการศิลปะสมัยใหม่ของไทย ก่อนถึงแก่กรรมใน พ.ศ.2505 กำรงตำแหน่งข้าราชการวิสามัญชั้นพิเศษ,ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์และคณะบดีคณะจิตรกรรมและประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากรด้วยความสำนึกในคุณูปการที่มีต่อคนไทย ห้องทำงานของท่าน จึงได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ จัดแดสงนิทรรศการถาวร,ชีวประวัติบุคคล ศาสตราจารย์ศิลป์ พีนะศรี, ผลงานศิลปะทันสมัยใหม่ในยุคศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี, จัดแสดงสิ่งของอาทิ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน,เครื่องมือ,อุปกรณ์สื่อสาร,หนังสือและผลงานศิลปะ

พิพิธภัณฑ์พระ กำนันชูชาติ

 2016-01-21 10:27:40

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สวยที่สุดในโลกและเป็นแห่งแรกในประเทศไทยเป็นศูนย์รวม พระบูชา พระเครื่องที่มีความสวยงามและเก่าแก่กว่าพันปี ตั้งแต่สมัยคุปตะถึงสมัยรัตนโกสินทร์และพระเครื่องที่อยู่ในความนิยมของทุกจังหวัดอีกกว่า 3,000องค์ นอกจากนี้ยังมีเครื่องรางของขลังและของแปลกๆ อีกมากมาย

พิพิธภัณฑ์กรมที่ดิน

 2016-03-10 02:13:24

พิพิธภัณฑ์กรมที่ดินเป็นสถานที่รวบรวมและจัดแสดงสิ่งของ รวมทั้งเอกสารหลักฐานอ้างอิงที่มีคุณค่าทางประวัติสาสตร์ของกรมที่ดิน นับแต่ปีที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงมีพระบรมราชโองการ ประกาศตั้งกรมทะเบียนที่ดินขึ้นโอยให้อยู่ในสังกัดกระทรวงเกษตราธิการ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ร.ศ.120 (พ.ศ.2444) พิพิธภัณฑ์กรมที่ดินจัดแสดง อาทิ มณฑปประดิษฐานพระคันธาราษฎร์,โต๊ะเสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ,แบบพิมพ์โฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทยถึงปัจจุบัน,,กล้องรังวัดยุคอดีตถึงปัจจุบัน,อุปกรณ์เครื่องมืองานรังวัดต่างๆ,ตราประจำตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดิน ฯลฯ

พิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

 2016-03-10 02:14:08

ในพ.ศ.2522 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานกรรมการอำนวยการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระบรมมหาราชวัง เพื่อเตรียมการสมโภชฉลองกรุงเทพมหานครครบ 200 ปี ในพ.ศ.2525 นับได้ว่าเป็นการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งสำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุด สมเด็จพระเทพฯได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงตรวจงานบูรณะ ได้ทอดพระเนตรเห็นช่อฟ้าใบระกา หางหงษ์ และเครื่องประดับหลังคา พระอุโบสถ พระมณฑป ปราสาทพระเทพบิดร และ หอเล็กหอน้อยต่างๆ รวมทั้งเศษชิ้นกระเบื้อง ซึ่งช่างรื้อถอนลงมา บางชิ้นหมดสภาพไม่สามารถทำการซ่อมแซมให้ดีได้ ทรงพิเคราะห์ว่าหากเก็บรวบรวมสิ่งของเหล่านี้ให้พร้อมชิ้นส่วนที่ชำรุดของพระบรมมหาราชวังไว้ ณ ที่ใดที่หนึ่ง พร้อมทังบอกประวัติความเป็นมาของสิ่งเหล่านั้น ก็เอื้ออำนวยประโยชน์ให้แก่อนุชนรุ่นหลังได้เป็นอย่างดี สำนักพระราชวัง จึงดำเนินการซ่อมแซมหอราชพิธีกรรม เมื่อซ่อมแซมแล้วเสร็จจึงได้สนองพระบัญชา ในการรวบรวมสิ่งของต่างๆดังกล่าวข้างต้น พร้อมทั้งให้กรมศิลปากร ดำเนินการจัดแสดงเครื่องราชภัณฑ์ และสิ่งของซึ่งพระบรมวงศานุวงศ์และประชาชน ถวายบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร โดยจัดตั้งเป็นหมวดหมู่ จึงเรียกอาคารนี้ว่า ‘พิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม’ และได้ทำการเปิดให้ประชาชนชาวไทยพร้อมทั้งชาวต่างประเทศได้เข้าชมศึกษาหาความรู้เมื่อครั้งงามสมโภชฉลองกรุงเทพฯมหานคร ครบ 200 ปี เมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ.2525 จัดแสดงนิทรรศการถาวร อาทิ ประวัติและวิวัฒนาการ การซ่อมบูรณะวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระบรมมหาราชวัง ผลงานศิลปะฝีมือช่างรัตนโกสินทร์ตอนต้นถึงปัจจุบัน จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระบรมมหาราชวัง เมื่อครั้งเตรียมการสมโภชฉลองกรุงเทพมหานคร ครบ 200 ปี ในพ.ศ.2525 จัดแสดงสิ่งของสะสม เช่น เครื่องปั้นดินเผาโบราณวัตถุ เครื่องทองเครื่องเงิน เครื่องเขิน เครื่องไม้ เครื่องแก้ว เครื่องประดับ เครื่องโลหะ เงินตรา เครื่องใช้ในการศาสนา อาวุธ เป็นต้น

 

คำแนะนำการใช้งาน
ขยายขนาดตัวอักษร
เพิ่มระยะห่างตัวอักษร
เน้นการเชื่อมโยง
ปรับชุดสี
เปิดการใช้งาน
ปิดการใช้งาน
คำแนะนำการใช้งาน
เริ่มต้นใช้งาน
Text Size

การขยายขนาดตัวอักษร

สามารถเลือกปรับขนาดตัวอักษรได้ 3 ระดับ คือ 20% 30% และ 40% จากขนาดมาตรฐาน

Text Spacing

การเพิ่มระยะห่างตัวอักษร

การปรับระยะห่างของตัวอักษร และช่องว่างระหว่างบรรทัด สามารถปรับได้ 3 ระดับ เพื่อให้อ่านข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

Highlight Links

เน้นการเชื่อมโยง

ช่วยเน้นและแยกส่วนของลิงค์หรือปุ่มต่างๆ ออกจาก เนื้อหาภายในเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถมองเห็นปุ่มได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Change Color

เลือกปรับชุดสี

สามารถเลือกปรับชุดสีของเว็บไซต์ได้ 4 แบบตัวอักษรและปุ่มต่างๆ มีสีเข้มคมชัด มองเห็นได้ชัดเจน